RS 2019 MEDIA REVOLUTIONIST

Press Room

RS โชว์กำไรกระฉูด 516 ล้านบาท ปันผล 45 สตางค์ ลั่นปี 62 เติบโตก้าวกระโดดทำกำไรนิวไฮ RS โชว์กำไรกระฉูด 516 ล้านบาท ปันผล 45 สตางค์ ลั่นปี 62 เติบโตก้าวกระโดดทำกำไรนิวไฮ 18 ก.พ. 2562

ลาดพร้าว-นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปี 2562 บริษัทฯ จะลุยขยายธุรกิจทั้งแนวตั้งและแนวนอนเต็มสูบ หลังปี 2561 ภาพรวมผลประกอบการ สามารถทุบสถิติทำรายได้และผลกำไรสูงสุดตามความคาดหมาย โดยมีกำไรสุทธิ 516 ล้านบาท พุ่งทะยานถึง 55% จากปีก่อน และทำรายได้รวม 3,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จ่ายปันผลอีก 20 สตางค์ รวมจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการของปี 2561 ทั้งสิ้น 45 สตางค์ โดยมีธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง หรือ Multi-platform Commerce (MPC) เป็นดาวเด่นทำรายได้และผลกำไรโดดเด่น สามารถทำรายได้ทั้งปีกว่า 2,127 ล้านบาท

 

จากผลสำเร็จอย่างงดงามของการผลักดันธุรกิจของบริษัทฯ ให้เสมือนร้านค้าปลีกชั้นนำ ที่มีสื่อซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้นำเป็นของตนเอง ทำให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะและยังไม่มีผู้เล่นรายใดตามทัน อีกทั้งยังมีทีมเทเลเซลล์ที่แข็งแกร่ง สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ทำให้ธุรกิจ MPC เติบโตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งยังได้แรงส่งจากการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรมใหม่ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเองและสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากพันธมิตร ซึ่งมีหลากหลายประเภทกว่า 100 รายการ จําหน่ายผ่านสื่อที่ทรงอิทธิพลของกลุ่มธุรกิจอาร์เอส อาทิ ช่อง 8, ช่อง 2, ช่องสบายดีทีวี เลข 141, ช่องเพลินทีวี, วิทยุคูลฟาเรนไฮต์, สื่อออนไลน์ www.shop1781.com, LINE@shop1781, LINE@COOLanything รวมถึงผ่าน LifestarBIZ หรือตัวแทนขายตรง และห้างค้าปลีก Modern Trade และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญและความสามารถหลักของบริษัทฯ ทำให้อาร์เอสมีแต้มต่อและได้เปรียบคู่แข่ง ประกอบกับการเติบโตของฐานลูกค้าที่มีแบรนด์รอยัลตี้สูง การใช้กลยุทธ์โฆษณากระตุ้นการขาย อาทิ จัดแคมเปญ New Year Grand Sale ที่ผ่านมาเป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์ กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อซ้ำและต่อเนื่องตลอดเดือนธันวาคม จนยอดขายพุ่งกระฉูดทะลุเป้า

 

ในส่วนของธุรกิจสื่อยังเติบโตและเป็นแรงหนุนสำคัญของกลุ่ม โชว์รายได้ 1,345 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% ของรายได้รวม ช่อง 8 ยังเป็นหัวหอกสำคัญ และมีคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จตลอดทั้งปีที่ผ่านมาทั้ง ละครไทย ซีรีส์ต่างประเทศ รวมถึงคอนเทนต์ข่าว ที่มีเรตติ้งอยู่ในกลุ่มผู้นำ

 

นายดามพ์ กล่าวว่า “สำหรับกลุ่มธุรกิจ RS ในปี 2562 ได้วางเป้าหมายก้าวสู่ยุครุ่งโรจน์ของการดำเนินธุรกิจใหม่ ภายใต้แนวคิด Horizontal Integration ที่มุ่งสร้างการเติบโตแนวราบ เปิดโอกาสตัวเองทำธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ยิ่งกว่านั้นได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานแบบ Diversification กระจายธุรกิจสร้างความหลากหลายและแตกต่างจากธุรกิจเดิม โดยนำความแข็งแกร่งของรูปแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC) มาทำงานร่วมกับธุรกิจสื่อ (Media) และธุรกิจเพลง (Music) มุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนดูและแฟนเพลงเปลี่ยนให้เป็นลูกค้า (Database) ที่จับจ่ายใช้สอยสินค้าผ่านธุรกิจ MPC และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งแพลตฟอร์มและสินค้าให้มีความหลากหลาย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเบ็ดเสร็จทั้งในส่วนของออฟไลน์และออนไลน์ ถือเป็นระบบจัดการแบบไร้กรอบทลายทุกข้อจำกัดที่ผู้เล่นอื่นยังทำไม่ได้ และนำมาสู่ผลลัพธ์สูงสุด ทั้งรายได้และกำไรที่จะเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง

 

ปี 2562 จึงเป็นอีกหนึ่งปีทองของ RS ที่จะสร้างรายได้รวมทั้งกลุ่มเติบโตก้าวกระโดดและยั่งยืนแตะ 5,000 ล้านบาท พุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 37 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยมีธุรกิจ MPC เป็นธุรกิจเบอร์หนึ่ง เติบโตเป็นรายได้หลักของกลุ่ม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% มีแผนมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทที่มีอัตรากําไรสูงให้มีความหลากหลายมากขึ้น และมีแผนพัฒนาช่องทางขายสื่อออนไลน์ด้วยการนําระบบ data analytics มาวิเคราะห์ลูกค้าที่มีอยู่ในมือกว่าล้านรายร่วมกับการพัฒนาระบบหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำและสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ตามด้วยรายได้กลุ่มธุรกิจสื่อเติบโตดี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% โดย “ช่อง 8” ยังเป็นลีดเดอร์ ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “ใครๆ ก็ดูช่อง 8” เจาะกลุ่มอายุ MASS 35++ ปี ด้วยการเติมคอนเทนต์ใหม่ระดับพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศลงจอตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นละครไทย ซีรีส์อินเดีย ข่าว วาไรตี้ เสริมทัพละครด้วยการเพิ่มเส้นเวลา “ละครใหม่แกะกล่อง” ช่วงเย็นทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เอาใจคอละครดูจุใจเต็มอิ่ม 7 วันรวด ยกทัพซีรีส์อินเดียฟอร์มยักษ์ลงจอเพียบ ขณะเดียวกันทุ่มทุนผลิต “รายการวาไรตี้” ใหม่ๆ เจาะกลุ่มครอบครัวมากขึ้น คือ “เคาะประตูดูช่อง 8” “ทีเด็ดแม่บ้าน” “เสียงสวรรค์ประชันไมค์” “เกมแลกรถ” พร้อมเจาะลึกคอการเมืองกับช่วง “วิเคราะห์ข่าวการเมือง” ทำให้มั่นใจว่า ช่อง 8 จะครองเรตติ้งเกาะกลุ่มผู้นำทีวีเมืองไทย เพื่อรักษาฐานผู้ชมกว่า 4 แสนรายทั่วประเทศ และ “คูลฟาเรนไฮต์” สถานีเพลงอีซี่ลิสซึ่นนิ่งอันดับ 1 ตลอดกาล จะเติบโตสวนกระแสภาพรวมธุรกิจสื่อวิทยุเช่นกัน เพราะมีแผนเพิ่มมูลค่าสุดคุ้มให้กับผู้ซื้อเวลาโฆษณา ด้วยการเดินหน้าขยายฐานผู้ฟังช่องทางออนไลน์เจาะกลุ่ม GEN C ขณะที่ธุรกิจเพลงและอีเวนต์ มีสัดส่วนรายได้ 10% เพลงเป็นธุรกิจที่ต่อยอดใหม่ๆ ได้ โดยชู “อาร์สยาม” แบรนด์เดียว ภายใต้กลยุทธ์ Music Marketing and Services ทำแนวดนตรีไร้ขอบตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย”