อาร์เอส ทุ่ม 675 ลบ. เข้าลงทุนใน สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

อาร์เอส ทุ่ม 675 ลบ. เข้าลงทุนใน สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง

คว้าใบอนุญาตสกัดและผลิตสินค้ากัญชงกัญชา รุกตามแผน

ดันมูลค่า Ecosystem ให้เติบโตก้าวกระโดดแข็งแกร่งยั่งยืน

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป ลุยสร้างการเติบโตแบบ New S-Curve ประกาศปิดอีกหนึ่งดีล เข้าลงทุนในบริษัท สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยพัฒนาและผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพรไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย อาร์เอส กรุ๊ป เข้าลงทุนในสัดส่วน 33% ด้วยมูลค่าการลงทุน 675 ล้านบาท พร้อมถือใบอนุญาตในการสกัดและผลิตสินค้ากัญชง-กัญชา ผลักดันให้ Ecosystem ของบริษัทสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามกลยุทธ์ Entertainmerce ของอาร์เอส กรุ๊ป สร้างรายได้ให้ธุรกิจเติบโตตามเป้าหมายและมีความยั่งยืน

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สินค้าเพื่อสุขภาพได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก รวมไปถึงเมกะเทรนด์ที่สำคัญในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลและใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามิน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 มีมูลค่าตลาดกว่า 25,000 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดส่งออกสมุนไพรไทยได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดสูงถึง 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ธุรกิจผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยมีอัตราการเติบโตตามไปด้วย ขณะที่ธุรกิจคอมเมิร์ซของ อาร์เอส กรุ๊ป ก็เน้นจัดจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามในหลากหลายกลุ่ม และตั้งเป้าเป็นพันธมิตรทางด้านสุขภาพให้กับลูกค้า โดยมี RS Mall เป็นแพลตฟอร์มหลักในการจำหน่ายสินค้าผ่านออนแอร์และออนไลน์ ซึ่งในปีนี้ RS Mall มีรายได้มาจากสินค้าเพื่อสุขภาพถึง 90% และในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด มีรายได้จากสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นจาก 1.8 พันล้านบาทในปี 2562 เป็น 2.1 พันล้านบาทในปี 2563 หรือคิดเป็นสัดส่วน 21% ดังนั้น อาร์เอส กรุ๊ป จึงมองหาธุรกิจใหม่ที่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตและเสริมศักยภาพของธุรกิจคอมเมิร์ซ”

การเข้าลงทุนใน บริษัท สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการขยายศักยภาพในการพัฒนาวิจัยและผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามของ อาร์เอส กรุ๊ป เพราะ สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง มีนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพรไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาร์เอส จึงเข้าไปลงทุนในสัดส่วน 33% ด้วยมูลค่าการลงทุน 675 ล้านบาท โดยปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจสเปเชียลตี้ มีรายได้รวมกว่า 491 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท เติบโตกว่า 8 เท่า เป็นผลมาจากตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอาหารเสริมเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความต้องการสั่งผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติ เพิ่มขึ้นจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตตามความต้องการของเทรนด์สุขภาพในปัจจุบัน

โดยบริษัท สเปเชียลตี้ โฮลดิ้ง ประกอบไปด้วยบริษัทย่อยดังนี้

  1. บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด ผู้นำแห่งวงการผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย
  2. บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัดผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงเป็นผู้ผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
  3. บริษัท คาเน อินโนเวชั่น จำกัด สร้างสรรค์นวัตกรรมแพคเกจจิ้ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัวสามารถออกแบบและผลิตได้หลากหลายรูปแบบ
  4. บริษัท เวลโนเวชั่นส์ จำกัด วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และอาหารเสริม เพื่อทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โดย บริษัท สเปเชียลตี้ มีแผนพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2565

“การเข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ เป็นการสร้าง Ecosystem ของ อาร์เอส กรุ๊ป ให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการสร้าง Synergy ที่แข็งแรง จากการใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งด้านทรัพยากรและจุดแข็งของแต่ละบริษัทตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนามืออาชีพ ภายใต้การผลิตที่ได้มาตรฐานและคุณภาพสูง โดย อาร์เอส กรุ๊ป เป็นผู้ทำการตลาด กระจายสินค้าไปยังช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เติมเต็มทุกความต้องการอย่างครบถ้วน มีเทเลเซลล์ กว่า 500 คน ให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีคลังสินค้าเพื่อการจัดเก็บและบริหารสินค้าด้วยระบบที่มีมาตรฐาน รวมถึงสามารถส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ที่สำคัญการลงทุนในครั้งนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังได้ถือใบอนุญาตในการสกัดและผลิตสินค้ากัญชง-กัญชา ซึ่งจะออกจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 นี้ นับว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวร่วมกัน และช่วยเสริมให้ผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้” นายสุรชัย กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ของ อาร์เอส กรุ๊ป ทำรายได้รวมทั้งหมด 992 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท รายได้รวมยังคงเติบโต 19% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นจากธุรกิจสื่อและบันเทิง ซึ่งเติบโตจากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัวและรายได้จากการขายคอนเทนต์สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น คาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตขึ้นจากการขยายช่องทางการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงกลุ่มสินค้าไลน์ใหม่ๆ ไปสู่ตลาดแมสมากขึ้น

###