ทีมเวิร์คในวิกฤตโควิด-19 ของพระเอกหล่อ “มังกร ปภาวิน”

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

“..การทำงานเป็นทีม ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รู้จักพูด รู้จักคิด และรู้จักฟัง..”

พระเอกหล่อ “มังกร ปภาวิน” เผยความมุ่งมั่นเติบโตไปพร้อม RS GROUP
พระเอกหล่อ “มังกร ปภาวิน”

แม้จะคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี มีผลงานละครทางช่อง 8 มาก็มากมาย อย่างล่าสุดที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำคือ ละครเรื่อง “ขุมทรัพย์ลำโขง” หากแต่พระเอกรูปหล่อหุ่นล่ำ “มังกร-ปภาวิน หงษ์ขจร” ก็มักจะมองหาธุรกิจเสริม และซึมซับเรียนรู้แนวคิดที่ไม่หยุดนิ่งที่ตามแบบอย่างของต้นสังกัด RS GROUP ทั้งในแง่ความมีจิตวิญญาณของนักสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ พร้อมปรับตัว ปรับแนวธุรกิจให้เข้ากับเทคโนโลยี และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน รวมถึงความมุ่งมั่นพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรของ RS ที่ทำงานเป็นทีม พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน แม้ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

นั่นคือจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ ที่ทำให้หนุ่มหล่ออย่าง “มังกร-ปภาวิน” ไม่ได้หยุดนิ่งการพัฒนาแค่ในเรื่องการแสดงเท่านั้น แต่ยังเติมเต็มความฝันที่จะเป็นผู้นำ รวมทั้งพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นในฐานะผู้ตาม ด้วยประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากงานเบื้องหน้า แต่ก็ไม่ลืมบุคคลที่อยู่ข้างหลังที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญไม่แตกต่างจากดารานักแสดงนำเช่นกัน

“มังกร ปภาวิน” บอกโชคดีที่มีผู้ใหญ่เมตตา ให้คำแนะนำ
“มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร”

“ผมเข้ามาทำงานในวงการ และโชคดีที่ได้เจอผู้ใหญ่หลายๆ คน ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้การทำงานตั้งแต่แรกเริ่มในฐานะนักแสดง แต่ผมก็ได้เรียนรู้ว่างานละครแต่ละเรื่องนั้นจะสำเร็จเสร็จสิ้นได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักแสดงแค่พระเอกนางเอกเท่านั้น แต่มีความร่วมแรงร่วมใจของบุคคลเบื้องหลังทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ผู้จัดละคร ทุกๆ คนล้วนมีส่วนสำคัญมากๆ ครับ”

มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร เชื่อว่า ทุกคน เป็นฟันเฟืองที่สำคัญกับหน่วยงาน
“มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร”

“พอเราได้อยู่หน้างาน ก็จะได้เห็นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจต้องใช้คนที่มีทักษะเฉพาะทางช่วยแก้ไข เราอาจได้เห็นความสามารถของช่างไฟในเรื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากคนที่เราอาจไม่ได้พูดคุยกับเค้าเลย เพราะงานที่อยู่หน้าฉากของเรา แต่สุดท้าย เค้าอาจเป็นคนที่สำคัญที่สุดที่ช่วยชีวิตเราไว้ก็ได้ จากประสบการณ์ตรงนี้ ทำให้ผมเริ่มมองเห็นถึงรายละเอียดของทีมงาน บุคคล ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา พวกเค้าล้วนมีความสำคัญ พร้อมนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในชีวิต และงานธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจออนไลน์ต่างๆ ทั้งตัวผมเอง ทั้งตัวลูกค้า สิ่งที่ต้องยึดเลยคือ ความใส่ใจกันและกัน และไม่ละเลยหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้ครับ”

มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร ฝากถึงน้องๆ ในการทำงานเป็นทีม ต้องรู้จักเป็นผู้นำ ผู้ฟัง และผู้ตาม
“มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร”

“ฝากถึงน้องๆ วัยเรียน เกี่ยวกับเรื่องการทำงานเป็นทีม ซึ่งมีทั้งผู้นำ และผู้ตาม ถ้าวันไหนเราได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ เราต้องไม่ยึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก หนึ่งไอเดียของคนบางคน หรือทีมงานที่เรามองข้ามไป อาจจะเป็นไอเดียหลักที่ทำให้เราคิดงานออกมาเลยก็ได้ หรือบางครั้ง ทีมงานที่เราไม่ได้ให้ความสนใจ แต่เค้าอาจจะเป็นหนึ่งจิ๊กซอว์ หรือหนึ่งชิ้นส่วนที่สามารถทำให้งานนั้นๆ ออกมาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นก็ได้ ผมคิดว่า การเชื่อมั่นในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่การเป็นผู้นำที่ดี ก็ต้องเป็นผู้รับฟังที่ดีด้วย ผมเชื่อว่างาน 1 ชิ้น ไม่ใช่แค่เราคนเดียวจะสร้างมันออกมาได้สมบูรณ์หรอกครับ เชื่อเถอะ ว่าการทำงานเป็นทีม ให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ใส่ใจกันและกัน รู้จักพูด รู้จักคิด ที่สำคัญต้องรู้จักฟังด้วยครับ”

มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร พร้อมจะเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ
“มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร”

“โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้ ที่เราทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 เรายิ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกัน พร้อมใจกันอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนใครที่พอจะมีกำลังก็ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนกว่า อย่างผม และพี่ๆ นักแสดงช่อง 8 หลายๆ คนก็รับรีวิวสินค้าให้ฟรีๆ ถือเป็นน้ำใจที่คนไทยไม่ทิ้งกัน ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ที่เราไม่รู้ว่าจะคืนกลับมาเมื่อไหร่ ในฐานะที่เราเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารหรือการส่งต่อความช่วยเหลือต่างๆ พวกเราก็ยินดีครับ”

มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจจะค่อยๆ ปรับตัว ให้อยู่รอด
“มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร”

“สุดท้ายผมเชื่อว่า ระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจก็จะค่อยๆ ปรับตัวไป อย่างธุรกิจของผมเอง ก็ปรับเป็นการขายออนไลน์ ทั้งแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และมีน้ำส้มคั้นสดที่ส่งต่อวิตามินซีให้กับทุกคนให้ถึงบ้าน เป็นการปรับระบบการขนส่งให้เหมาะกับสภาวะปัจจุบัน ที่เราต้องกักตัวอยู่บ้าน ซึ่งถ้ามองอีกมุม ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะได้หยุดคิดพัฒนาตัวเอง ว่าเราขาดตกบกพร่องอะไรไปบ้าง มันทำให้เราได้เห็นตัวเองมากขึ้น เราอาจจะค้นพบศักยภาพของตัวเองที่เราไม่เคยเจอมาก่อน และต่อยอดงานในอนาคตได้ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ให้ผ่านพ้นวิกฤตร้ายๆ นี้ไปด้วยกัน ด้วยพลังของคนไทยที่ผมเชื่อว่าเราไม่เคยทิ้งกันครับ”