Back

“เด็บบี้-กำปั้น บาซู” บอกตัวเองว่าโชคดี ที่เกิดมาในยุค ‘90

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

“วงการเพลงสมัยนี้ เข้าง่ายแต่ว่าอยู่ยาก ช่องทางที่จะเกิดมีเยอะแยะไปหมด ไม่จำเป็นต้องมีค่ายใหญ่ซัพพอร์ต แต่การที่จะอยู่ยาวเป็นตำนานเป็นสิ่งที่ยากมาก”

“เด็บบี้-กำปั้น บาซู” ศิลปินวงที-ป๊อบ ที่โด่งดังในยุค ‘90

 

ต้องสารภาพว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่สนุกสนานมาก เหมือนการได้กลับมาเจอเพื่อนเก่านั่งเล่าเรื่องราว และวีรกรรมสมัยเด็กๆ จนลืมไปว่า สองหนุ่มสาวที่กำลังพูดคุยอยู่ตรงหน้าคือ “เด็บบี้ – เดบาราห์ ซี เวชชาชีวะ” และ “กำปั้น – กวินพนธ์ พาณิชย์พงส์” แห่ง “วงบาซู” ศิลปินวงที-ป๊อบ ที่โด่งดังในยุค ‘90 เจ้าของท่าเต้นและเพลงดังอย่าง “โธ่เอ๊ย” และ “ผีฟ้าปาร์ตี้” ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนาน ความภาคภูมิใจของคำว่า #โตมากับอาร์เอส อย่างแท้จริง

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ทำไมถึงเลือกมาเป็นศิลปินในค่าย อาร์เอส

เด็บบี้-กำปั้น : “เราไม่ได้เลือกค่ะ อาร์เอสต่างหากที่เลือกเรา (หัวเราะ)”

กำปั้น : “ตอนแรกผมได้มาถ่ายเอ็มวีของแร็พเตอร์ เพลงใช่เลย ก็เลยได้รู้จักทีมงาน พอมีโปรเจกต์วงบาซูที่อยากจะหานักร้องเพิ่มก็เลยติดต่อมาครับ”

เด็บบี้ : “ของเด็บเคยถ่ายเอ็มวีของพี่ปุ๊กกี้ เพลง Sha la la la la ถ้าไปดูมิวสิคฯนะคะก็อาจจะ หยุดเห็นเด็บได้ประมาณ 2 วินาที (หัวเราะ)”

กำปั้น : “ไม่ต่างกันเลยครับ เพลงใช่เลย ก็ต้องคอยกด pause ถึงจะเห็นว่าผมเล่นมิวสิคฯนี้”

เด็บบี้ : “แต่ว่าตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้เข้ามาเป็นศิลปินเลยนะคะ แต่พอดีเรียนร้องเพลงอยู่ แล้วมีคุณป้าที่เค้าได้ฟังเสียงเราแล้วบอกว่าน่าจะเป็นนักร้องได้ เลยส่งเทปมาที่อาร์เอส ซึ่งตอนนั้นกำลังแคสติ้งผู้หญิงคนเดียวของวงบาซู เพราะมีพี่กำปั้นกับพี่โจอี้แล้ว จำได้ว่าวันที่เข้ามาแคส อาร์เอส ไฟดับทั้งตึกจ้า”

กำปั้น : “(หัวเราะ) เฮี้ยนขนาดนั้น”

เด็บบี้ : “(หัวเราะ) เฮี้ยนมากค่ะ ไฟดับทั้งตึก แล้วตอนนั้น เราก็ค่อนข้างเป็นเด็กเรียน อยากจะกลับไปอ่านหนังสือสอบ แบบขอไม่แคสแล้วก็ได้นะ”

กำปั้น : “ตอนนั้นรอกี่ชั่วโมง?”

เด็บบี้ : “รอประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ แต่ก็ยังไม่มีไฟเปิดดนตรี พี่ๆ ทีมงานก็เลยให้เราร้องเพลงสดๆ เต้นสดๆ ก็ได้เลย”

กำปั้น : “ของพี่นี่เต้นๆ อยู่แล้วกางเกงขาด (หัวเราะ) รู้สึกอายมาก นึกในใจว่าคงไม่ได้แล้วล่ะ”

เด็บบี้ : “เดี๋ยวๆ พี่อาจจะได้เพราะกางเกงขาดก็ได้ (หัวเราะ)”

กำปั้น : “เป็นจุดขาย? (หัวเราะ) แต่จริงๆ เรากังวลมากว่าคงไม่ได้แน่เลย เพราะทำอะไรเปิ่นๆ ไว้ เต้นจนกางเกงขาดแล้วก็รอถึง 6-7 ชั่วโมงเลยตอนนั้น ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะมีคนเข้ามาแคสเยอะด้วย ในส่วนของกำปั้นครับ”

 

ด้วยความที่สมาชิกทั้ง 3 คนในวงบาซู ต่างที่มาและที่ไป ทำยังไงถึงสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดี และยังประสบความสำเร็จขั้นสูงสุด

กำปั้น : “น่าจะเป็นเรื่องของทีมเวิร์กนะครับ ถึงเราจะต่างคนต่างยุค เพราะตอนนั้นพี่โจอายุ 30 ผม 21 เด็บ 16 เป็นคนละรุ่นคนละ generation เลย แต่ทุกคนมีความเป็นผู้ใหญ่ อย่างเด็บถึงจะเป็นเด็ก แต่เวลาทำงานจะเป็นผู้ใหญ่ เราก็เลยไปทางเดียวกัน เวลาเล่นก็เล่นจริงเวลาทำงานเราก็ตั้งใจทำครับ ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเราเป็นทีมเวิร์กที่ดี บวกกับนิสัยเราคล้ายๆ กันด้วย ง่ายๆ สบายๆ ลุยๆ และบ้าพลังกันมาก”

เด็บบี้ :เด็บอาจจะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในวง แต่จริงๆ แล้วเหมือนน้องชายมากกว่า เพราะจะลุยๆ ส่วนพี่ปั้นจะสำอางที่สุดในวง (หัวเราะ)”

 

“เด็บบี้-กำปั้น บาซู” เจ้าของท่าเต้นและเพลงดังอย่าง “โธ่เอ๊ย”

 

เล่าที่มาของท่าเต้นเพลง “โธ่เอ๊ย”

เด็บบี้ : “เริ่มแรกเลย พี่โจอี้ เค้าคิดท่าเต้นกับเพื่อนฝรั่งที่ชื่อโรเบิร์ต ซึ่งอยากได้ความเป็นโขนและวัฒนธรรมไทยมาผสมผสาน ก็เริ่มจากท่าทศกัณฑ์ต่อตัวกัน แต่ก็ยังไม่ลงล็อค เลยให้พี่ผี-ไฮแจ็ค ช่วยปรับช่วยดูภาพรวมทั้งหมดจนพัฒนาเป็นท่าเต้น โธ่เอ๊ย ทุกวันนี้ค่ะ”

 

ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงในการเป็นวงบาซู

กำปั้น : “ผมชอบช่วงที่เราไปประเทศไต้หวัน ส่วนตัวรู้สึกว่าเราทำงานกันหนักมากมา 2-3 อัลบั้ม แล้วเราไม่ได้เที่ยวกันเลย แต่พอได้ไปต่างประเทศก็รู้สึกว่าเราได้รีแลกซ์ด้วย และได้ไปเจอคนจีนที่ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าให้การตอบรับที่ดีมั้ย แต่พอไปถึงก็มีน้องๆ ชาวจีนมาให้การต้อนรับแบบประทับใจมากครับ”

เด็บบี้ :  “สำหรับเด็บก็คงเป็นการทัวร์คอนเสิร์ต จำได้ว่ามีอยู่งานหนึ่งที่เราไปเล่นที่ต่างจังหวัด มีคนดูเยอะมากประมาณสี่หมื่นกว่าคน จนเรามองไปสุดสายตายังไม่เห็นเส้นขอบที่จบสิ้นของคนดูอยู่ตรงไหน คือมากกว่าที่อิมแพคอารีน่าที่จุคนดูได้หมื่นเดียว เป็นช่วงประมาณปี 2543 อัลบั้มพิเศษ Bazoo Dancecovery ที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์มอเตอร์ไซด์ยี่ห้อหนึ่ง เป็นอัลบั้มระหว่างชุดที่สอง HO-LE HO-LE กับอัลบั้มที่สามผีฟ้าปาร์ตี้ จะเป็นช่วงที่วงบาซูมีงานเยอะมาก ประทับใจมากค่ะ”

เด็บบี้ :  “แต่ถ้าในแง่ประสบการณ์ที่ไม่ดี คงจะเป็นเรื่องตอนนั้นเราเป็นเด็กวัยรุ่น เด็บต้องดรอปเรียนเพื่อที่จะมาทำงาน เราก็จะคิดถึงการเรียน คิดถึงเพื่อนๆ เราไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กปกติทั่วไป เรียนไม่จบไฮสคูล จำได้ว่า เฮียฮ้อ ก็ถามว่าเอาไงเด็บ? (หัวเราะ) และเราก็ตัดสินใจเองเลยว่าจะดรอปเรียน ซึ่งทุกคนก็สนับสนุนเพราะเรามาทางนี้แล้ว เป็นสิ่งที่เรารัก เราชอบทำ และเป็นโอกาสที่ดีค่ะ”

 

มุมมองวงการเพลงในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร

กำปั้น :  “เปลี่ยนไปเยอะมากเลยครับ บางทีก็แอบคิดว่าเราก็โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นศิลปินในยุค ’90 เพราะสมัยนั้นเราได้สัมผัสอะไรหลายๆ อย่างที่สมัยนี้ไม่มี”

เด็บบี้ : “สมัยก่อนก็คือเป็นยุคทองของวงการเพลง ตอนนี้พวกเราเป็นวัยทอง (หัวเราะ)”

กำปั้น : “ก็รู้สึกโชคดีที่เราได้อยู่ในยุคนั้น ทุกวันนี้ เราก็ยังใช้เพลงพวกนั้นทำงานอยู่เลย”

เด็บบี้ : “เพลงอาร์เอสสมัยก่อนเป็นเพลงอมตะจริงๆ นะคะ วงการเพลงสมัยนี้เด็บมองว่ามันเข้าง่ายแต่ว่าอยู่ยาก ช่องทางที่จะเกิดมีเยอะแยะไปหมด ไม่จำเป็นต้องมีค่ายใหญ่ซัพพอร์ต เราสามารถที่จะสร้างตัวเองขึ้นมาได้จากยูทูป แต่การที่เราจะอยู่ยาวๆ การที่เราจะกลายเป็นตำนานมันเป็นสิ่งที่ยากมาก”

กำปั้น : “เพลงสมัยนี้บางทีเราฟังแล้วรู้สึกเพราะมาก ฟังจนร้องได้แต่เราก็ยังไม่รู้ว่านักร้องคือใครหน้าตาเป็นยังไง”

 

Passion ในการทำงานของทั้ง เด็บบี้ กับ กำปั้น คืออะไร

เด็บบี้ : “เด็บว่าเราทั้งสองคนรักสายนี้อยู่แล้ว เราทำกันมาทั่วทุกสาขา ละครเราก็เล่น งานพิธีกรเราก็ทำ อย่างอื่นเราก็ทำมาหมดละ ท้ายที่สุดสิ่งที่เราแฮปปี้ที่สุด คือเรารักงานร้องเพลง”

กำปั้น : “เรารู้สึกว่า เวลาไปทำอย่างอื่นมันก็โอเคได้ไปทำงาน แต่มันไม่รู้สึกกระตือรือร้นเหมือนอย่างเวลาที่เราทำเพลง หรือไปซ้อมเต้น เล่นคอนเสิร์ต เรารู้สึกแฮปปี้ รู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่เราชอบ เราทำแล้วมีความสุข ก็เลยได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง”

 

ขอสามคำถึง “เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์”

กำปั้น : “คิดถึงครับ” (หัวเราะ) คิดถึงๆ เฮียจริงๆ เพราะไม่ได้เจอเฮียกับซ้อนานมากแล้ว ถ้ามีโอกาสวันไหนที่เฮียว่าง คงได้ขึ้นไปสวัสดีเฮียครับ”

เด็บบี้ : “ใจตรงกันค่ะ อยากบอกเฮียว่าคิดถึงค่ะ กับ รักค่ะเฮีย รักเพราะว่าตั้งแต่ตอนเด็กๆ เฮียก็เอ็นดูพวกเรามาก เฮียเหมือนผู้ใหญ่ที่คอยอุปถัมภ์ ให้โอกาสเรา”

กำปั้น : “เฮียจะคอยดูแลเราตลอด คอยบอกเด็บว่าอย่ากินเยอะ อ้วนแล้ว (หัวเราะ) เด็บลดน้ำหนักหน่อย เพราะตอนน้องอายุ 16 ยังมีเบบี้แฟต กินอะไรก็อ้วนง่าย แค่จับพิซซ่าตัวน้องก็พองแล้ว (หัวเราะ) แล้วเมื่อก่อนศิลปินผู้หญิงต้องหุ่นดี เด็บจะเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่โชว์ซิกแพค ก็เลยต้องเข้มงวดเรื่องน้ำหนัก”

เด็บบี้ : “ใช่ค่ะ เมื่อก่อนฮือฮามาก ใส่ชุดเอวลอย ทุกคนก็จะตกใจ มาทุกวันนี้ ขอตัดภาพไปที่เอ็มวี กระแต อาร์สยาม (หัวเราะ)”

กำปั้น : “(หัวเราะ) เอ้า! สู้มั้ยเด็บสู้มั้ย?”

เด็บบี้ : “เดี๋ยวๆ ก่อน ใจเย็นๆ (หัวเราะ)”

“เด็บบี้-กำปั้น บาซู” ขอฝาก 3 คำ “คิดถึงเฮีย”