Back

COOLfahrenheit ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

COOLfahrenheit ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดพื้นที่ให้ นิสิต นักศึกษา เพิ่มพูนทักษะ ด้าน Creative และ Production ผ่านโครงการ RS YOUNG BLOOD


เมื่อโอกาสและประสบการณ์มาบรรจบกัน การเรียนรู้ที่ดี มักไม่ได้อยู่แค่ในตำรา

RS GROUP ร่วมมือกับ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษาได้ลงมือทำจริง ผ่านโครงการ RS YOUNG BLOOD เพื่อเพิ่มพูนทักษะด้าน Creative และ Production

โดยนิสิตในโครงการนี้ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจากทีมงานมืออาชีพของ RS GROUP ตั้งแต่การคิดไอเดีย การวางคอนเซ็ปต์ ไปจนถึงการผลิตผลงานจริง โดยโจทย์ในครั้งนี้คือการสร้างสรรค์ผลงาน Key Visual สำหรับเปิดตัวศิลปินแต่ละวงบนเวทีคอนเสิร์ต COOL SUMMER FEST 2026 #ฮอตซ่าส์ล่าซัมเมอร์ นี่ไม่เพียงแต่เป็นโครงการในชั้นเรียน แต่คือการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการบริหารเวลา ผลงานของนิสิตยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองใหม่ ๆ และศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต

RS GROUP เชื่อว่าการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองและเรียนรู้จริง คือการสร้างรากฐานในการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิง และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยตัวแทนน้องๆ กลุ่มนี้ยังร่วมเล่าประสบการณ์ที่ตนได้รับจากโครงการนี้อีกว่า

Q1. รู้สึกอย่างไรที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้กับ RS GROUP

รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจอย่างมากกับโอกาสครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการได้เข้าร่วมทำโปรเจ็กต์จริงที่เกิดขึ้นในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านดนตรีและงานคอนเสิร์ต การได้ลงมือทำงานจริงทำให้เห็นภาพการทำงานในอนาคตชัดเจนขึ้น ได้เรียนรู้จากทีมงานมืออาชีพอย่างใกล้ชิด รวมถึงเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้น ทั้งในแง่ของความถนัด ความสนใจ และทิศทางสายอาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีคุณค่า สามารถนำไปต่อยอดทั้งด้านทักษะและมุมมองในการทำงานจริงได้

Q2. ความแตกต่างระหว่างการเรียนในห้องเรียน กับการได้ทำ Project นี้เป็นอย่างไรบ้าง

การเรียนในห้องเรียนจะเน้นพื้นฐานทางทฤษฎี การทำงานตามโจทย์ และการส่งงานตามกำหนดเป็นหลัก ในขณะที่การได้ทำงานในโครงการนี้ มีความซับซ้อนและท้าทายมากกว่า เพราะต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงที่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เช่น การประสานงานกับหลายฝ่าย การสื่อสารกันระหว่างทีม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานภายใต้เวลาที่จำกัด นอกจากนี้ การทำงานจริงยังต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็ว ความรับผิดชอบในงานที่มีผลกระทบต่อผู้ชมจำนวนมาก และการทำงานร่วมกับทีมมืออาชีพที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจโลกการทำงานจริงได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการเรียนในห้องเรียนอย่างชัดเจน

Q3. สิ่งที่ท้าทายที่สุดใน Project นี้คืออะไร

ความท้าทายหลักคือการทำงานในคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Proof) หลายขั้น และต้องทำให้องค์ประกอบทั้งหมดของโชว์เชื่อมโยงกันเป็นเรื่องเดียวกันอย่างมีเอกภาพ (Unity) ไม่ใช่การทำงานแยกส่วนของแต่ละคน นอกจากนี้ ยังต้องรับมือกับสถานการณ์หน้างานที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ซึ่งบางครั้งต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนภายใต้แรงกดดัน ทั้งในด้านเวลาและความคาดหวังของงาน ทำให้ต้องใช้ทั้งทักษะ ความยืดหยุ่น และการทำงานเป็นทีมสูงมาก

Q4. ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จากพี่ ๆ ทีมงาน RS GROUP บ้าง

ได้เรียนรู้แนวทางการทำงานแบบมืออาชีพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนงาน การกำหนดเดดไลน์ในแต่ละขั้นตอน การส่งงานตามลำดับ ไปจนถึงการรับฟีดแบคและนำไปปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ในด้านครีเอทีฟ ได้เรียนรู้การออกแบบโชว์ให้มีสตอรี่และความต่อเนื่อง รวมถึงการควบคุมโทนและสไตล์ของงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (Unity) ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในกลุ่มเพื่อนที่อาจยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญของงาน Motion Graphic ว่า “งานโมชั่นไม่ได้มีไว้เพื่อเด่นที่สุด แต่มีไว้เพื่อเสริมให้โชว์โดยรวมสมบูรณ์มากขึ้น” รวมถึงเทคนิคการขยับงาน (Motion) ที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือเคลื่อนไหวมากเกินไป แต่ต้องตอบโจทย์ภาพรวมของโชว์

Q5. มีทักษะอะไรบ้างที่รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน

พัฒนาการที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ

  • ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารกับผู้อื่น
  • ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership) และการดูแลทีม
  • การตัดสินใจในสถานการณ์จริงและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
  • การบริหารจัดการเวลาและการประสานงาน

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาทักษะเฉพาะทาง เช่น การทำ Motion Graphic ในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย การทดลองทำงาน 3D และการก้าวออกจากกรอบเดิมของตนเอง ทำให้ค้นพบศักยภาพใหม่ ๆ และเพิ่มความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น รวมถึงสามารถประเมินได้ว่าตนเองถนัดหรือเหมาะกับบทบาทใดในสายอาชีพจริง

 

 

นอกจากนี้อาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย ดร. อภิชญา อังคะวิภาต ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนรายวิชา Motion Graphic Design ยังได้ให้มุมมองเกี่ยวกับการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับอุตสาหกรรมจริงเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ความร่วมมือกับ RS GROUP ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพนิสิตให้พร้อมสู่โลกการทำงาน

แนวทางการสอนของตัวอาจารย์เองนั้น มีแนวคิดที่ว่า อาจารย์ ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” มาเป็น “โค้ช” ที่ช่วยดึงศักยภาพของนิสิตออกมาให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นการออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความสนใจของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน รวมถึงเทรนด์ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับโจทย์และการบ้านให้สามารถนำไปใช้ได้จริง (Real-World Application) ไม่ใช่เพียงเพื่อการประเมินในห้องเรียน การได้รับโจทย์จากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเพลง สื่อดิจิทัล และการจัดคอนเสิร์ต ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ช่วยสร้างแรงจูงใจให้นิสิตมีความตั้งใจในการเรียนรู้และการทำงานมากขึ้น ทำให้มองเห็นเป้าหมายของผลงานอย่างชัดเจน

ความร่วมมือกับ RS GROUP ส่งผลให้รูปแบบการเรียนการสอนมีความเข้มข้นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นิสิตมีความใส่ใจในรายละเอียดของผลงาน มีการคิดวิเคราะห์เชิงลึก และตระหนักถึงคุณภาพของงาน เนื่องจากผลงานต้องถูกนำเสนอออกสู่สาธารณชนจริง ไม่ใช่เพียงการประเมินภายในชั้นเรียน

โดยเฉพาะในกระบวนการให้คำชี้แนะ อาจารย์พบว่า การที่นิสิตได้รับคำแนะนำทั้งจากอาจารย์และทีมงานมืออาชีพ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายมิติมากขึ้น นิสิตไม่เพียงเข้าใจหลักการทางวิชาการ แต่ยังได้เห็นมุมมองจากประสบการณ์การทำงานจริง ซึ่งช่วยเปิดกรอบความคิดและต่อยอดการออกแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การผสมผสานความคิดเห็นจากทั้งสองภาคส่วน ส่งผลให้นิสิตสามารถพัฒนาผลงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ทั้งในด้านแนวคิด การออกแบบ และการใช้งานจริง อีกทั้งยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการปรับปรุงและพัฒนางานอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ การที่ทีมงานจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลการทำงานและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ยังช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง ทั้งการทำงานเป็นทีม การแบ่งหน้าที่ตามความถนัด การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

อาจารย์ยังชี้ให้เห็นว่า แนวทางดังกล่าวช่วยลดช่องว่างระหว่างโลกแห่งการเรียนรู้ในห้องเรียนและโลกแห่งการทำงานจริงที่ต้องเผชิญกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานแบบที่นิสิตอาจจะไม่เคยได้ใช้ในห้องเรียน ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของบัณฑิตจบใหม่ในปัจจุบัน ทำให้นิสิตสามารถปรับตัวและเข้าใจบริบทการทำงานจริงได้ดียิ่งขึ้น

โครงการนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์จริงกับโครงการ RS YOUNG BLOOD เรายังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลอง เรียนรู้ และเติบโตอย่างมั่นใจ พร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต

เครดิตรูปภาพ: วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ