บทพิสูจน์ชีวิต “ดิว-อริสรา” พลิกคำตำหนิเป็นแรงผลักดัน พลังสู่ความสำเร็จ

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

“..ดิวเป็นคนประเภทที่ชอบเอาแรงกดดัน และคำด่า มาทำอะไรที่แตกต่าง..ซึ่งต้องย้อนกลับไปขอบคุณคนที่ว่าเราด้วยซ้ำ ถ้าดิวไม่มีแรงผลักแบบนั้น ดิวอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้..”

นางร้ายหน้าสวย “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”
นางร้ายหน้าสวย “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

ในบางครั้ง บทบาทเบื้องหน้าที่เราเห็น กับเบื้องหลังที่เป็นจริง อาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเสมอไป เช่นเดียวกับนางร้ายหน้าสวย “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” ที่ให้เกียรติมาพูดคุยกับเราในวันนี้ที่กองถ่ายทำละคร “ปอบผีเจ้า” ทาง “ช่อง 8” ซึ่งเธอออกปากยอมรับ และกล้าพูดว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่ท้าทาย เธอบอกว่าเป้าหมายและแรงบันดาลใจในการทำงานตอนนี้ของเธอ อาจไม่ใช่การหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป แต่เป็นความสุขที่ได้อยู่ในสังคม และท่ามกลางผู้คนที่เธอรัก ซึ่งจากประสบการณ์ที่สั่งสม ผ่านเรื่องราวและมรสุมในชีวิตมาหลายครั้ง จึงกล่าวได้ว่า “ดิว-อลิสรา” เป็นนักแสดงสาวสวยมากฝีมือที่มีแพชชั่นหรือแรงผลักดันในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกับหนึ่งในค่านิยมองค์กรที่ผู้บริหารและพนักงานของ RS GROUP ยึดถือปฏิบัติ นั่นคือมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ สามารถเปลี่ยนปัญหาหรืออุปสรรคที่เข้ามาให้กลับกลายเป็นพลังบวกในการทำงาน และฟันฝ่าจนผลงานออกมาเป็นที่ยอมรับได้ในที่สุด

ย้อนอดีตวันวาน กว่าจะมาเป็นดาราดัง “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”
“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

ย้อนอดีตวันวาน กว่าจะมาเป็นดาราดัง

“ดิวได้เข้ามาเป็นนักแสดงจากการไปเดินที่สยามค่ะ สมัยก่อนจะมีร้านถ่ายรูปแบบ u smile ไม่รู้ทันกันมั้ยสมัยนั้น เราก็จะเข้าไปถ่ายรูป แล้วก็มีโมเดลลิ่งเห็น เค้าก็ให้เราเริ่มเคสติ้งพวกโฆษณาต่างๆ จากนั้นก็ได้โฆษณาสินค้าเต็มไปหมดเลย และเริ่มค่อยๆ ได้แสดงหนัง จนซึมมาละคร และเอ็มวี ซึ่งทั้งหมดก็ใช้เวลาสักพักเลยนะคะ กว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ จำได้ว่าสมัยเป็นเพื่อนกับ กุ๊บกิ๊บ (สุมณทิพย์ ชี) ตั้งแต่เด็กๆ เรานั่งรอเคสติ้งกันเป็นหลายร้อยคนเลย เคยเล่นเอ็มวีกับ กุ๊บกิ๊บ ถ่ายถึงเที่ยงคืน แล้วได้ตังค์ 3,000 บาท กรี๊ดกร๊าดกับกิ๊บแบบดีใจกันมากๆ”

 “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” เล่าที่มาของฉายา “นางร้ายหน้าสวย”
“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

เล่าที่มาของฉายา “นางร้ายหน้าสวย”

“เอาจริงๆ คนที่เป็นนางร้าย ก็สวยทุกคนแหละค่ะ แต่เราก็คงเป็นอีกหนึ่งคนที่ทุกคนมองแบบนั้น ก็ต้องขอบคุณ แต่ว่าที่มาในอีกแบบหนึ่งก็ได้มาจากคลินิกต่างๆ เราก็เลยกลายเป็นนางร้ายหน้าสวย (หัวเราะ) และอีกอย่างคือจากการที่เราได้ดูแลตัวเองมากขึ้น จากเมื่อก่อนไม่ค่อยสนใจ แต่เดี๋ยวนี้ คิดว่าดิวค่อยข้างดูแลตัวเองดีประมาณหนึ่ง เช่นเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีสำหรับผิวหน้าเรา และทานวิตามินบ้าง หันมาดื่มน้ำเยอะขึ้น จากที่เป็นคนไม่ค่อยชอบดื่มน้ำเปล่า แต่ดิวเป็นคนชอบทานผลไม้ เราก็จะดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกด้วย ส่วนภายนอกเราจะมาส์กหน้าบ่อยมาก ซึ่งปกติคนส่วนใหญ่จะมาส์กแค่วันละ 1 แผ่น แต่ดิวจะมีทั้งครีม และแผ่นมาส์กเยอะ ถ้ารู้สึกว่าวันนี้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น ก็จะมาส์ก 4 ตัวเลย ใช้เวลาแผ่นละ 20 นาทีเสร็จแล้วล้างออก แล้วมาส์กตัวอื่นต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ทำให้รู้สึกว่าหน้าเราดีขึ้น เพราะปีนี้ เราก็ใกล้เข้าอายุ 30 ปีแล้ว ก็กลัวว่าจะไม่เป็นแบบนี้ในอนาคตค่ะ”

ประสบการณ์สุดประทับใจในวงการบันเทิงของ “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”
“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

ประสบการณ์สุดประทับใจในวงการบันเทิง

“ความประทับใจคือการที่ดิวได้เจอผู้คนที่เยอะขึ้น เจอคนที่นิสัยดีเป็นกันเอง ซึ่งบางคนอาจจะพูดว่าวงการบันเทิงคือโลกมายา ไม่มีอะไรเป็นความจริง แต่ใครจะไปรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราแต่ละคนที่เราทำงานร่วมกัน อย่างพี่ๆ ในกองถ่าย พีอาร์ หรือใครก็ตาม มันไม่ใช่การหลอกลวง ดิวว่าพวกเราก็จริงใจ และพยายามสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ดี ซึ่งถ้าวันนี้ดิวยังเป็นแค่เด็กมัธยมที่ไปแค่โรงเรียน วงการมายาสำหรับเราอาจเป็นแค่สิ่งปลอมๆ ที่เราต้องแสดง แต่พอมาวันนี้อายุมากขึ้น ทัศนคติในเรื่องนี้เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ดิวรู้สึกว่าบางครั้งการที่ดิวมาใช้ชีวิตอยู่ในกองละครมันไม่น่าเหนื่อยใจเท่ากับการใช้ชีวิตอยู่ ในชีวิตจริงที่ต้องเจอกับใครที่เข้ามาหาเราด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ เพราะจุดที่เราอยู่เป็นนักแสดง ก็จะมีคนเข้าหาเราแบบแปลกๆ มีทั้งคนหวังดี ไม่หวังดี ดิวว่าคนพวกนั้น หนักยิ่งกว่าการที่เราอยู่ในวงการนี้อีก เลยเป็นคำตอบที่ว่าทุกวันนี้ที่ดิวยังเล่นละครอยู่เพราะมีความประทับใจ มีความสุขกับการที่ได้มาเจอคนที่ดิวคลิก และเอ็นจอยไปด้วยกันค่ะ”

วางเป้าหมายในชีวิตการทำงานของ “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”
“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

วางเป้าหมายในชีวิตการทำงานอย่างไร

“จริงๆ แล้ว ดิวล้ำเป้าหมายของตัวเองไปแล้วค่ะ เรียกว่าเรามาไกลเกิน จากที่ไม่เคยมีความคิด ความฝันว่าดิวจะเป็นนักแสดง หรือเป็นดาราเลย ทุกวันนี้ดิวเลยเลือกที่จะทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข  ไม่ใช่เลือกทำเพราะเงิน ไม่ใช่เหตุผลที่ทำเพราะหาเลี้ยงชีพตัวเอง อย่างละครเรื่อง ปอบผีเจ้า ทาง ช่อง 8 ที่กำลังถ่ายทำ เป็นบทที่จะต้องแต่งตัวแบบอีสาน และพูดอีสาน ก็รู้สึกอยากเล่น ไม่ต้องติดต่อเลย ดิวขอเล่นเอง คือดิวเลือกที่จะทำอะไรแล้วมีแพสชั่น (แรงผลักดัน) ทำแล้วมีความสุขค่ะ”

“ส่วนการทำงานด้านธุรกิจอื่นๆ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น Omakase กับธุรกิจอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งก็โอเคลงตัวในจุดที่เราอยู่ ก็เลยรู้สึกว่าเป้าหมายในด้านการงานของดิวมันลดน้อยลง และอยากหาความสุขให้กับตัวเองมากขึ้น อาจเป็นเพราะเราทำงานไว เราเริ่มถ่ายโฆษณาหาเงินตั้งแต่เด็กๆ จำได้เลยเมื่อก่อน โฆษณาตัวหนึ่งที่ได้สองแสนบาท ในตอนอายุ 16 ปี ก็เยอะมากแล้ว มาถึงตอนนี้ เราก็เริ่มเห็นคุณค่าของชีวิตเรา เราอยากทำอะไรก็ตามที่เรามีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในวงการบันเทิง หรือเรื่องการใช้ชีวิต ซึ่งโดยชีวิตส่วนตัว ดิวเป็นคนใช้เงินเยอะ เพราะชอบช้อปปิ้งใช้ของแบรนด์เนมแต่คำว่าสุรุ่ยสุร่าย คือหมายถึงว่า เรามีเงิน 5,000 แล้วเราใช้ 10,000 แต่ดิวจะรู้ตัวว่าเวลาเราอยู่ในโหมดที่ใช้เงินเยอะ เราก็ต้องหาเงินให้ได้เยอะด้วย”

“แต่กว่าจะมาถึงโหมดนี้ มันก็เคยเจ็บมาก่อน เช่น เราเคยเป็นคนเลือกที่จะซื้อกระเป๋า แทนที่จะซื้อบ้านซื้อรถให้แม่ ยอมใช้กระเป๋า Croc Hermes ใบละ 3 ล้าน! ทั้งๆ ที่รถแม่ก็ยังเก่าอยู่เลย และตัวเองก็ยังขับรถราคาเดียวกับกระเป๋าอยู่ จนเราเจอกับหลายๆ เหตุการณ์ อย่างพ่อป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล ต้องมีค่าใช้จ่าย 7 ถึงเกือบ 8 หลัก ซึ่งตอนนั้น เราไม่ได้มีเงินเก็บเยอะ เพราะเรามัวแต่ไปช้อปปิ้งเลยทำให้เราเปลี่ยนตัวเอง และเริ่มคิดได้มากขึ้น ลงทุนกับอะไรที่ควรลงทุนมากขึ้น และเซฟตัวเองมากขึ้น”

“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” เผยเทคนิค  การจัดการกับความรู้สึกตัวเองเรื่องคำครหานินทา
“ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์”

ที่ผ่านมา มีเรื่องคำครหานินทาเยอะมาก จัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร

“ดิวเป็นคนที่ชอบแสดงออกว่าตัวเองเข้มแข็ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็มีร้องไห้บ้าง แต่ก็ให้กำลังใจตัวเองด้วย ข้อดีคือดิวเป็นคนฮึดสู้ คนเราจะมี 2 ประเภท บางคนเจอสิ่งเลวร้ายมาก็ชอบกดตัวเองให้ยิ่งแย่ ไม่เป็นกำลังใจให้ตัวเอง มันก็จะยิ่งทำให้เรายิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ แต่ดิวเป็นอีกประเภทคือชอบเอาแรงกดดัน หรือเอาเรื่องลบต่างๆ มาทำอะไรที่แตกต่างจากสิ่งเหล่านั้น เช่น ถูกกล่าวหาว่าคบผู้ชายรวยเพราะตัวเองจะได้สบาย ดิวยิ่งต้องพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่สิ่งนั้น แต่ดิวจะไม่คร่ำครวญว่าทุกคนว่าฉันเป็นแบบนี้ หรืออะไรที่เคยโดนว่าต่างๆ นานา ดิวก็จะทำอะไรที่มันตรงข้าม ซึ่งพอชีวิตเรามาถึงขนาดนี้ เราต้องย้อนกลับไปขอบคุณคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ถ้าดิวไม่มีแรงพุช (แรงผลักดัน) แบบนั้น ดิวอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ก็ได้ ถึงทุกวันนี้ยังมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามารบกวนจิตใจเรา แต่เราก็จะคิดซะว่า มารไม่มีบารมีไม่เกิด หรือยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่ทุกๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดิวจะหันมามองตัวเองว่าทุกวันนี้เราทำดีหรือยัง เรามีความสุขดีมั้ย ถ้าทุกอย่างดี คนที่เรารักยังดีอยู่ เราก็จะข้ามทุกอย่างไปไวมากกับคนเหล่านั้น อย่างเมื่อ 7-8 ปีก่อน ดิว โดนด่าเยอะมาก ตามคอมเมนต์ต่างๆ แต่พอถึงวันที่เราไม่สนใจ ก็ไม่มีใครมาทำอะไรเราได้ แต่ในขณะเดียวกัน ดิวก็ไม่ใช่คนดีแบบแม่พระนะคะ ถ้ามีคนมาทำไม่ดี ดิวตอบโต้แน่นอน เพราะดิวเป็นคนตรงๆ และจริงใจกับความรู้สึกของตัวเองมากๆ แต่ทุกอย่างที่ทำต้องมีเหตุผลค่ะ”

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” และ IG @duearisara