“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” กับแรงบันดาลใจสืบสานการแสดงลิเกในโลกยุคโซเชียล

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

“ลิเกเป็นอาชีพที่พ่อรักมาก คำสั่งเสียของพ่อก่อนตายเป็นแรงบันดาลใจให้เราสืบสานวัฒนธรรมลิเกไปให้นานที่สุด”

“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” กับแรงบันดาลใจสืบสานการแสดงลิเกในโลกยุคโซเชียล
“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” กับแรงบันดาลใจสืบสานการแสดงลิเกในโลกยุคโซเชียล

ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีสื่อโซเชียลที่ให้ความบันเทิงมากมายจนหลายๆ คนอาจจะหลงลืมศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่าง‘ลิเก’ หากแต่ยังมีนักร้องนักแสดงหนุ่ม “กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” ในสังกัดค่ายเพลง “อาร์สยาม” ที่ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่สืบสานคณะลิเก “วงศ์เทวัญ” ด้วยแรงบันดาลใจจากคำสั่งเสียของคุณพ่อณรงค์ อุสุภะ ที่หวังให้ลูกหลานสืบทอดศิลปวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าของคนไทยนี้ตลอดไป

“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” เล่าประวัติกว่าจะมาเป็นพระเอกลิเกลูกทุ่ง จนถึงพิธีกรชื่อดัง

“ผมเกิดมาในครอบครัวลิเกที่จังหวัดชัยนาทในคณะทวีป-ชัยณรงค์ วงศ์เทวัญ ของคุณพ่อคุณแม่ เลยซึมซับการแสดงที่คุณพ่อคุณแม่หวังว่าเราจะก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกลิเกตามแบบที่พ่อเป็น ซึ่งผมก็ต้องฝึกฝนจนได้ก้าวมาเป็นพระเอกลิเก โดยที่ก็ยังไม่ทิ้งฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง และเมื่อมีโอกาสได้ออกอัลบั้มทำเพลง ‘ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ’ ก็เริ่มมีชื่อเสียงมีคนรู้จักมากขึ้น มีทั้งการแสดงลิเก และการแสดงคอนเสิร์ตที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ จนได้เข้ามาในชายคาของ อาร์สยามได้ทำอัลบั้มชุดแรก เรี่ยมเร้เรไร ได้รางวัลมากมายอย่าง เพชรในเพลง และมีเพลงฮิตที่ทุกคนรู้จักมากขึ้นคือ เทพีบ้านไพรหลังจากนั้น ก็มีโอกาสได้แสดงละครกับทาง ช่อง 8 อย่าง ‘ราชินีลูกทุ่ง’ และยังได้ร่วมรายการ ‘อึ้งทึ่งเสียว’ ในฐานะพิธีกรมาประมาณ 7 ปี ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพาแฟนๆ รายการไปรับรู้ถึงความอึ้งทึ่งเสียว และเรื่องราวแปลกๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ชื่นชอบ และสนุกไปกับมัน เพราะได้ไปในหลายๆ จังหวัด ในทุกๆ สถานที่ครับ”

"กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม" เล่าประวัติกว่าจะมาเป็นพระเอกลิเกลูกทุ่ง จนถึงพิธีกรชื่อดัง
“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” เล่าประวัติกว่าจะมาเป็นพระเอกลิเกลูกทุ่ง จนถึงพิธีกรชื่อดัง

เรื่องราวสุดประทับใจระหว่างพระเอกลิเกหนุ่ม “กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” กับกลุ่มแม่ยกแฟนคลับ

“ตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้มาเป็นพระเอกลิเก ก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น และพอเป็นนักร้องลูกทุ่ง ก็ยิ่งได้รับการตอบรับที่ดีอีก ถือว่าเป็นโชคดีของเราที่มีแฟนๆ ติดตามมาตลอด 20 ปี รักกันแบบเหนียวแน่น เหมือนญาติพี่น้อง เหมือนคนในครอบครัว เรื่องราวประทับใจก็มีมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นความรักในแบบพี่น้อง แบบลูกหลาน แบบรักกันจนวันตายจริงๆ เพราะว่าแฟนคลับหลายๆ คนที่เสียชีวิตไปเราก็ไปร่วมงาน ไปเยี่ยมเยียนถามไถ่ ก็ทำให้เราเป็นครอบครัววงศ์เทวัญที่ใหญ่ขึ้น ที่แฟนๆ ก็ยังเมตตาไม่ว่าเราจะไปทำการแสดงที่ไหนก็ยังติดตามมาให้กำลังใจกันทุกที่ ไปกันแบบมากมาย ต้องขอบคุณแฟนๆ ทุกๆ คน ถ้าไม่มีแฟนคลับในวันนั้น ก็คงไม่มี กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ ที่ยืนหยัดบนเส้นทางบันเทิงมาได้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้ครับ”

 "กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม"  เผยเรื่องราวสุดประทับใจเกี่ยวกับกลุ่มแม่ยกแฟนคลับ
“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” เผยเรื่องราวสุดประทับใจเกี่ยวกับกลุ่มแม่ยกแฟนคลับ

การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคโซเชียลมีผลกระทบกับความนิยมคอนเสิร์ตลิเกหรือไม่ และมีวิธีประยุกต์แก้ไขอย่างไร

“ก็มีผลมากเหมือนกันกับการทำงานในยุคโซเชียลแบบนี้ครับ เพราะคณะของเราต้องการอยากจะให้คนดูได้รับอรรถรสด้านหน้าเวทีมากกว่า แต่ระยะหลังก็จะมีการไลฟ์สดบ้างเพื่อให้คนที่อยู่ไกลๆ ได้มีโอกาสชมลิเกคอนเสิร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของ‘วงศ์เทวัญ’ ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับที่ดีทั้งในโลกโซเชียล แต่ด้านหน้าเวทีก็ยังมีแฟนๆ ติดตามมากกว่าครับ”

แรงบันดาลใจในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของพระเอกหนุ่ม กุ้ง สุธิราช
“กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม” เผยแรงบันดาลใจในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

แรงบันดาลใจในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของพระเอกหนุ่ม “กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม”

“ก็ถือว่าเป็นอาชีพของครอบครัวที่มีคุณพ่อคุณแม่ และญาติพี่น้องเป็นลิเกกันเกือบทั้งบ้าน ซึ่งเราก็เหมือนกับเป็นแม่ทัพ เป็นหัวหน้าในยามที่ ณ เวลานี้คุณพ่อเสียไปแล้ว เราก็มาสืบสานสืบทอดต่อกับน้องสาว ‘วิรดา วงศ์เทวัญ’ โดยมีคุณแม่คอยช่วยประคับประคองอยู่เบื้องหลัง เราอยากเป็นหัวเรือที่นำพาญาติพี่น้องทำมาหากินสุจริตในอาชีพลิเกที่เรารัก ที่คุณพ่อได้เคยสั่งเสียก่อนเสียชีวิตว่า ‘พ่อไม่มีวันที่จะทอดทิ้งลิเก และจะขอตายหน้าเวทีลิเก’ (น้ำเสียงสั่นเครือ) ซึ่งเป็นคำพูดที่สะท้อนให้เรารู้ว่าลิเกเป็นอาชีพที่พ่อรักมาก และพ่อก็ตั้งความหวังกับเราให้สืบสานวัฒนธรรมลิเกที่พ่อรักไปให้นานที่สุด เลยเป็นแรงบันดาลใจว่า เราจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไป ทำให้ดีที่สุด และหวังว่าจะได้รับแรงใจจากแฟนๆ ไปอีกยาวนานเช่นเดียวกันครับ”