Back

“รอน-ภัทรภณ” เผยความสำเร็จเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่แค่คิด

ส่งต่อข่าวนี้
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Copy Link

ถ้าอยากประสบความสำเร็จ เราต้องวางแผนและลงมือทำเลย ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อม เพราะรอนเชื่อว่าถ้าเราทำตรงนี้ได้ดีมันจะทำให้เราไปเจออนาคตที่ดี

“รอน-ภัทรภณ โตอุ่น” หรือ “รอน AF5” นักร้อง นักแสดงมากความสามารถ
“รอน-ภัทรภณ โตอุ่น” หรือ “รอน AF5” นักร้อง นักแสดงมากความสามารถ

ชายหนุ่มหุ่นกล้ามแน่นดูแข็งแรง และอบอุ่นอยู่ในทีที่ให้เกียรติมาเป็นแขกรับเชิญสัมภาษณ์บทความพิเศษของเราในวันนี้ออกจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี จากเวทีการประกวดร้องเพลงที่ได้รับความนิยมเมื่อ 10 กว่าปีก่อน “รอน-ภัทรภณ โตอุ่น” หรือ “รอน AF5” นักร้อง นักแสดงมากความสามารถ ซึ่งนอกจากจะมีผลงานละครเรื่องล่าสุด “สะใภ้ไร้ศักดินา” ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง 8 ในขณะนี้ “หนุ่มรอน” ยังมีอีกหนึ่งบทบาทคือ “ครูสอนโยคะ” ที่เกิดจากแรงบันดาลใจมาบอกเล่าให้พวกเราฟัง

“รอน-ภัทรภณ” เผยแรงบันดาลใจ ที่เข้าประกวดเวทีนักร้อง
“รอน-ภัทรภณ” เผยแรงบันดาลใจ ที่เข้าประกวดเวทีนักร้อง

แรงบันดาลใจอะไร ที่ทำให้หนุ่ม “รอน-ภัทรภณ” เข้าประกวดเวทีนักร้อง

“ย้อนกลับไปคือผมโตมาในยุคเวทีประกวดบูมมาก มีแพลตฟอร์มแบบนี้เยอะมาก แล้วเราก็เป็นเด็กที่ชอบดูทีวี ชอบเป็นพิธีกร เห็นนักร้อง ดีเจ วีเจ ชอบหมด แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าไปเรียนหรือไปฝึก แล้วตอนนั้นผมอยู่ ม.6 อายุ 18 ปีพอดีที่เข้าออดิชั่นได้ ก็เลยไปสมัครและชีวิตก็จับพลัดจับผลูมีโอกาสได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย”

“แรงบันดาลใจในตอนนั้นคือคิดแค่อยากมีโอกาสได้อยู่บนเวที ได้ร้องเพลง ได้แสดงออก มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ เรายังไม่รู้หรอกว่าเราทำได้ดีหรือเปล่า แต่ใจเราไปก่อน ทุกอย่างจะทำตามหัวใจ พอใจเราชอบผมเชื่อว่าสุดท้ายมันจะต่อยอดมันเอง มีหนทางต่างๆ อย่างตอนเข้ามา ‘นักแสดง’เป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวผมที่สุดเลย ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะเป็นนักแสดง แต่กลับกลายว่าเป็นอาชีพหลักในตอนนี้ที่แบบทำมาหากินเลย”

“รอน-ภัทรภณ โตอุ่น” จากเวทีนักร้อง สู่ครูสอนโยคะ

เส้นทางชีวิตนักร้องหนุ่ม “รอน-ภัทรภณ โตอุ่น” สู่ครูสอนโยคะ

“เมื่อก่อนผมเป็นคนมีปัญหาเรื่องสุขภาพ สูง 180 ซม. แต่หนัก 53 กก.เอง ตัวเล็กมากครับ ก็เลยพยายามไปเล่นฟิตเนส จนเราตัวใหญ่ขึ้น มีความแข็งแรงขึ้น แต่เราไม่มีความยืดหยุ่น บางทีเราขี่ม้าฟันดาบก็จะมีปัญหาเจ็บหลังบ้าง จนวันหนึ่งเราบอกกับตัวเองว่าเป้าหมายของเราคืออะไร 1) เราอยากสุขภาพดี 2) เราอยากมีความยืดหยุ่น เลยไปเรียนโยคะได้ 2-3 ปี ก็เห็นผลกับตัวเองเลยว่าทำให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น สุขภาพร่างกายดีมากยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งคุณครูที่สอนเค้ามีโครงการเปิด teacher training คือการฝึกเป็นครูสอนโยคะ แล้วผมก็เป็นคนที่คิดว่าเวลาได้โอกาสอะไรมาให้รีบทำ แม้บางทีเราไม่รู้หรอกว่าเราทำได้หรือไม่ได้หรือทำได้ดีมั้ย ก็ลองทำดูไม่เสียหลายครับ”

“ครูรอน-ภัทรภณ” ครูสอนโยคะ

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “รอน-ภัทรภณ” ผันตัวมาเป็นครูสอนโยคะ

“จุดเปลี่ยนคือมีคนให้โอกาส เค้าเห็นหน่วยก้านเห็นพัฒนาการทางด้านการเล่นโยคะ และเห็นว่าน้ำเสียงและการพูดของเราสามารถสอนคนอื่นได้เลยให้ลองดู และผมเป็นคนไม่ปิดโอกาสตัวเอง พอฝึกมาประมาณ 5 ปีแล้วเปิด teacher training ก็ลงมือทำเลยเพราะประสบการณ์ที่เราลงมือทำ มันทำให้เราพัฒนา ไม่ใช่แค่เรื่องของครูสอนโยคะหรอก ทุกอย่างที่ผมเจอมาหรือแม้แต่ทุกคนที่มีอะไรเข้ามาในชีวิต ก็ลองทำดูแล้ววันหนึ่งจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วกลายเป็นอาชีพได้ครับ”

“ในทุกๆ เรื่องผมเห็นแง่ดีของมัน เวลาผมสอนเสร็จ นักเรียนหรือแฟนคลับบางคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่เค้าติดตามในบริบทที่เราเป็นนักแสดง และมาออกกำลังกายเพราะเราแล้วสุขภาพเค้าดีขึ้น หัวใจมันเต็มอิ่มนะ ‘ครูรอน วันนี้พี่ดีขึ้นนะหายปวดหลังแล้ว’ คือเค้าจะรู้มั้ยว่าเค้าก็เติมเต็มให้เราด้วย กลายเป็นว่าในวันที่เราสุขภาพดีแล้วยังมาสอนได้อาชีพ ได้เงินทองและได้เห็นคนมีความสุข เหมือนเราก็ได้เจออีกโลกหนึ่ง ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะมาเอาดีทางนี้ได้ เป็นเรื่องราวที่ผมรู้สึกว่า บางทีเราไม่รู้หรอกว่าโลกอาจจะดึงเราไปเจอจุดไหนที่เหมาะสมลงตัว”

เคล็ดลับความสำเร็จของ “รอน-ภัทรภณ”

ฝากข้อคิดถึงน้องๆ แฟนคลับ ที่อยากประสบความสำเร็จเหมือน “รอน-ภัทรภณ”

“จริงๆ มีแง่คิดหลายเรื่องแหละ แต่เอาเป็นว่าฝากเอาไว้สำหรับวิธีคิดของรอนนะครับคือถ้าอยากประสบความสำเร็จเราวางแผนได้ แต่บางทีบางคนวางแผนเยอะแต่ไม่ลงมือทำสักที อยากให้ทุกอย่างมันเตรียมพร้อมก่อนแล้วค่อยลงมือทำ ทำเลย ทำวันนี้แหละ อยู่กับปัจจุบันและทำยังไงให้ดีที่สุด เพราะรอนเชื่อว่าถ้าเราทำตรงนี้ได้ดีมันจะทำให้เราไปเจออนาคตที่ดี แล้วอดีตก็จะสวยงาม เพราะฉะนั้นลงมือทำ”

“มีอันหนึ่งที่ผมใช้ตลอดคือ เค้าบอกว่าเวลาจรวดจะพุ่งขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ สมมติมีพลังงาน 100% แต่ 80% มันจะหมดไปกับการที่ต้องสตาร์ทแล้วผลักตัวเองขึ้นไป แล้วอีก 20% ที่เหลือมันคือการใช้พลังงานในการโคจรรอบโลก เพราะฉะนั้นเวลาคุณเริ่มต้นอะไรสักอย่างมันจะเหนื่อยหน่อย แต่สุดท้ายเมื่อผลมันออกมาคุณจะกลับมาขอบคุณตัวเองในวันที่ทุกอย่างมันเป็นระบบเรียบร้อยแล้วนะครับ หาตัวเองให้เจอว่ารักอะไร ชอบทำอะไร แล้วลงมือทำ ขอให้ทุกคนโชคดีครับ”

ขอขอบคุณภาพหล่อๆ จาก IG : @ron_patarapon